ธุรกิจ ศิลปะ กับธรรมะ มันขัดกันไหม

คนเราอยู่ด้วยปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย ถ้าอยู่ด้วยแค่ 4 อย่างนี้ ในโลกปัจจุบัน ทำไมถึงมีรถ มีโทรศัพท์ มีเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติ อาหารหลากหลายรูปแบบ เรากำลังอาศัยอยู่กับอะไรกันแน่ แล้วมันขัดกับหลักธรรมะที่สอนให้เราละกิเลส คือลดความเป็นตัวตน ถอนความพอใจต่างๆไปหรือเปล่า

แน่นอน ในโลกของธุรกิจ เราขับเคลื่อนกันด้วย ความปรุงแต่ง ในทางพระพุทธศาสนาแน่นอน เพราะเราอยากตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ที่ต้องการความสะดวกสบาย อาหารที่อร่อย เสียงที่ไพเราะ กลิ่นหอมละมุน เป็นส่ิงที่ทางศาสนาเรียกว่า ผัสสะ ซึ่งทางธุรกิจก็กำลังขายเวทนา (ความรู้สึกพึงพอใจทางประสาทสัมผัส) ซึ่งรวมๆก็คือ กำลังขาย ผัสสะอันเป็นสุข (สุขเวทนา)

ในทางการตลาด ก็มักจะไม่ได้ให้วัตถุขายตัวมันเอง แต่ขาย เรื่องเล่าและตัวตนต่างหาก เช่น รถหรูไม่ได้ขายแค่เหล็กมีล้อ แต่ขายภาพลักษณ์ของผู้ขับ เป็นตัวแทนของความสำเร็จ

ดังนั้นในโลกสมมติ ความปรุงแต่งคือพลังขับเคลื่อนอารยธรรม ทำให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ต่างๆมากมาย ศิลปะ ดนตรี สถาปัตยกรรม ล้วนเป็นความปรุงแต่งที่งดงาม ที่ยกระดับประสบการณ์การเป็นมนุษย์ให้พ้นจาการมีชีวิตอยู่แบบสัณชาติญาณสัตว์ป่า

แล้วผู้ประกอบการล่ะ เขากำลังทำบาปสร้างภาพลวงตาหลอกคนอยู่หรือเปล่า ถ้ามองในเชิงหน้าที่ จะเห็นว่าผู้ประกอบการไม่ได้แค่สร้างภาพลวงตาแต่ทำหน้าที่เป็น สะพานตอบสนองและจัดการความปรุงแต่ง ให้มนุษย์ ได้รับความรื่นรม ผ่อนคลาย ประหยัดเวลาเพื่อเอาชีวิตไปทำสิ่งที่มีความหมายอื่น

ดังนั้นในฐานะที่เราก็เป็นมนุษย์คนนึง ถ้าเราสามารถมองเห็นทะลุมายาคติของโลกบริโภคนิยม เมื่อรู้ทันว่า เราเสพมันเพื่อความเพลิดเพลินชั่วคราวได้ แต่ไม่หลงไปคิดว่าขาดมันแล้วฉันอยู่ไม่ได้ ยึดติดจนเป็นทุกข์ มันก็เป็นจุดสมดุลที่พอดีได้

และในฐานะที่เราทำมาค้าขายติดต่อกับคนอื่น ถ้าเรารู้ว่า เรากำลังส่งมอบคุณค่าบางอย่างให้มนุษย์ในโลกสมมติ ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายทางกาย (เครื่องไม้เครื่องมือข้าวของเครื่องใช้) หรือความบันเทิงทางใจ (รสชาติ ศิลปะ ความพึงพอใจ) โดยไม่จำเป็นต้องหลอกล่อเกิดพอดี มันก็เป็นจุดที่พอดีได้

ดังนั้นคนเราไม่ได้แค่ต้องการพลังงาน หรือหลังคาคุ้มฝน แต่เรายังต้องการความรู้สึกทางใจ ความพึงพอใจ ดังนั้น โลกนี้จึงยังต้องมีกาแฟหอมกรุ่น รถหรูที่คู่ควร หนัง ดนตรี อยู่ในวัฎจักรของมนุษย์

พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนว่าอย่าทำธุรกิจ อย่ากินของอร่อย อย่าซึ้อรถ แต่เตือนเรื่องความยึดติด

แต่ถ้าเราอยู่แบบสร้างสรรค์ การทำธุรกิจ และการใช้ชีวิตกับสิ่งสมมติเหล่านี้อย่างมีสติ เราก็จะไม่ตกไปเป็นทาสความทุกข์และกระแสโลก เราก็สามารถอยู่ได้อย่างมีปกติสุขและเป็นประโยชน์ครับ