Framework อ่าน OCF (Operating Cash Flow)

OCF = เงินสดที่ธุรกิจ “ผลิตได้จริง” จากการทำงานหลัก

ไม่ใช่กำไรบนกระดาษ


STEP 1 : เทียบ OCF กับ “กำไรสุทธิ”

👉 เช็กคุณภาพกำไร

OCF / Net Profit

  • ≈ 1 → กำไรคุณภาพดี
  • 1 → ยอดเยี่ยม (เก็บเงินเก่ง)
  • < 1 → เริ่มต้องถามคำถาม
  • ติดลบ แต่กำไรบวก → สัญญาณเตือน 🔴

📌 ถ้า กำไรโต แต่ OCF ไม่โต

แปลว่า “ขายได้ แต่เก็บเงินไม่ได้”


STEP 2 : เทียบ OCF กับ “หนี้ระยะสั้น”

👉 เช็คการอยู่รอด 12 เดือน

OCF / Short-term Debt

  • 1 → จ่ายหนี้ได้จากการทำงาน
  • ≈ 1 → ต้องบริหารเงินดี
  • < 1 → ต้องพึ่งเงินสดเก่า / รีไฟแนนซ์

📌 ตัวนี้คือ stress test ระยะสั้น


STEP 3 : เทียบ OCF กับ “CapEx”

👉 เหลือเงินจริงไหม

Free Cash Flow (FCF)

FCF = OCF – CapEx

  • FCF บวก → เหลือเงินจริง
  • FCF ติดลบ → ยังต้องอัดเงินเพิ่ม

📌 บริษัทดี = ไม่ใช่แค่ OCF สูง

แต่ เหลือเงินหลังลงทุน


STEP 4 : เทียบ OCF กับ “หนี้รวม”

👉 ภาระระยะยาว

OCF / Total Debt

  • ยิ่งสูง → ปลอดภัย
  • ต่ำมาก → ใช้ leverage หนัก

ดูควบคู่กับดอกเบี้ย


STEP 5 : เทียบ OCF กับ “ดอกเบี้ยจ่าย”

👉 จ่ายดอกไหวไหม

OCF / Interest Expense

  • 5 → สบายมาก
  • 3–5 → รับได้
  • < 2 → เสี่ยง

📌 ถ้าจ่ายดอกด้วย OCF ไม่ไหว = แดง


STEP 6 : ดูแนวโน้ม (Trend)

👉 อย่าดูปีเดียว

ดู 3–5 ปี:

  • OCF โตตามรายได้ไหม
  • ผันผวนไหม
  • วิกฤตแล้วยังเป็นบวกหรือเปล่า

บริษัทที่ดี:

  • รายได้ผันผวน แต่ OCF ยังบวก

STEP 7 : แยก “OCF มาจากอะไร”

👉 เช็กของปลอม

ดูรายการ:

  • ลูกหนี้
  • เจ้าหนี้
  • สต็อก

ถ้า OCF บวกเพราะ:

  • เจ้าหนี้พุ่ง
  • ลูกหนี้ลดฮวบ

→ ระวัง window dressing

Cheat Sheet

เทียบกับคำถามที่ตอบ
กำไรกำไรจริงไหม
หนี้สั้นรอด 1 ปีไหม
CapExเหลือเงินจริงไหม
หนี้รวมแบกหนักไหม
ดอกเบี้ยหายใจออกไหม
แนวโน้มยั่งยืนไหม

กำไร = เรื่องเล่า OCF = ความจริง